แพรว PR สาวแห่ง THiNKNET ผู้หลงรักการสร้างภาพ (ลักษณ์) ให้กับองค์กร

 แพรว PR สาวแห่ง THiNKNET ผู้หลงรักการสร้างภาพ (ลักษณ์) ให้กับองค์กร
12/02/19   |   725   |  

“การเป็น PR นี่ เราต้องแกร่ง กล้า และต้องมีกึ๋น

คือถ้าสวยก็ดีนะ แต่ถ้าไม่สวยก็ไม่ได้แปลว่าคุณจะทำ PR ไม่ได้”

 

นี่เป็นคำบอกเล่าถึงอาชีพของตัวเอง ของ PR สาวแห่ง THiNKNET

แพรว แพรวอาภา คชวัฒน์ สาวตัวเล็ก หน้าใส ที่ความสามารถไม่เล็กเหมือนขนาดตัว เพราะเธอคือ Senior PR & Event Officer มือหนึ่ง ผู้รับหน้าที่สื่อสารความเป็น THiNKNET ให้คนบนโลกนี้ได้รู้จักกัน วันนี้เรามีโอกาสได้ชวนเธอมาพูดคุยแบบสบาย ๆ เพื่อเล่าถึงเส้นทางการเป็น PR รวมถึงบรรยากาศการทำงานที่ THiNKNET ให้พวกเราได้อ่านกัน

 

เปิดบทสนทนาด้วยการชวนแพรวคุยถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญของตัวเองในวัย 18 ปี กับการเลือกเรียนต่อด้านนิเทศศาสตร์ และเหตุการณ์สำคัญที่เกือบทำให้เธอไม่ได้เป็น PR แบบทุกวันนี้
 

ตอนที่เลือกเรียน นิเทศฯ จุฬาฯ ก็ไม่ได้มีความมุ่งมั่นอะไรเป็นพิเศษนะ แค่คิดว่าเรียนอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่เลข แล้วนิเทศฯ มันตอบโจทย์ ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ามีกี่สาขา แต่คิดว่าน่าจะสนุก เพราะเราเป็นคนชอบคุยกับคน ชอบทำกิจกรรม
 

แต่กว่าจะเข้าไปเรียนได้มันก็มีอุปสรรคนะ คือตอนที่ไปบอกแม่ว่าจะเรียนนิเทศฯ แม่ไม่เห็นด้วยเลย เขายังไม่เข้าใจว่า PR คืออะไร แม่คิดว่าเราต้องไปถือไมค์ตามห้าง ต้องเต้นกินรำกิน ถึงขนาดเคยพาแม่ไปคณะด้วยนะว่าเค้าเรียนอะไรกัน ก็พาไปดู พาไปงานรับน้องด้วย แกก็ยิ่งตกใจไปใหญ่ คือไปเจอมาดามมด แกคงคิดว่าลูกฉันต้องทำอะไรขนาดนี้เลยเหรอ ซึ่งก็ตบตีกับแม่อยู่นานเหมือนกัน

 

ด้วยความไม่ย่อท้อต่อการอธิบายให้แม่เข้าใจถึงอาชีพ PR สุดท้ายเธอก็ได้เป็นนิสิตภาควิชาประชาสัมพันธ์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
 

ตอนนั้นเราเลือกประชาสัมพันธ์ เพราะเราคิดว่าน่าจะเป็นมนุษย์ปกติที่สุดแล้ว เราไม่ได้ชอบแสดงออกอะไรมากขนาดนั้น คือตอนเรียนเราก็ลองทำทั้งหมดมาแล้ว ถ่ายภาพ Acting เต้น ผู้ประกาศ ทำเบื้องหลัง ก็รู้สึกว่าเราไม่ได้อยากไปแนวนั้น และเราก็มองว่า PR น่าจะไปได้กับทุกบริษัท ก็เลยเลือกเรียน PR ตอนเรียนก็รู้สึกเลยนะว่าเราทำได้


 

 

เมื่อผ่านรั้วมหาวิทยาลัย แพรวก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในสายงาน PR อยู่นานถึง 5 ปี ก่อนที่จะออกค้นหางานที่ท้าทายความสามารถของตัวเองอีกครั้ง และได้ยื่นใบสมัครมาที่ THiNKNET ที่ทำงานที่เธอบอกว่าประทับใจกับเนื้องานที่มีความแตกต่างจากที่อื่น ๆ
 

เราใช้ JobThai ในการหางาน (ยังจะแอบ Tie -in อีก สมเป็น PR ของเราจริง ๆ) แล้วก็เจอบริษัท THiNKNET ประกาศรับตำแหน่ง PR & Event ต้องบอกก่อนว่าเราไม่เคยทำ Event จริงจังนะ แต่เราคิดว่ามันน่าจะขยายโอกาสในเรื่อง Career Path ได้ ก็เลยตัดสินใจสมัคร แล้วตอนที่เราหาข้อมูลก็รู้สึกว่าบรรยากาศการทำงานที่นี่ดูน่าสนุกดูเป็นออฟฟิศของคนรุ่นใหม่ แต่สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกอยากทำงานที่นี่คือ ความน่ารักของพี่เดือน (คุณแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ - COO) ที่เสียเวลามาสัมภาษณ์เรานานมาก น่าจะประมาณ 3 ชั่วโมงได้ รู้สึกประทับใจกับคำถามที่แสดงให้เห็นว่าเค้าใส่ใจกับเรามากจริง ๆ
 

งานที่นี่นอกจากเขียนข่าว ส่วนที่เพิ่มขึ้นมาคือ Event ซึ่งปกติการทำ Event มันก็ต้อง Turn กลับมาเป็นยอดขายใช่ไหม แต่ความแตกต่างของที่นี่ คือ Event ส่วนใหญ่เป็นเชิงให้ความรู้ให้ประโยชน์กับสังคม มันทำให้เรารู้สึกดีนะ เวลาที่เราทำ Event จบ เราเห็นน้อง ๆ หลายคน Happy เข้ามาพูดคุยกับพี่เดือนมาคุยกับเรา เออมันโอเค คืองานที่นี่ไม่ได้วัดผลจากยอดขาย แต่เราวัดผลจากความรู้ที่คนจะได้รับซึ่งความท้าทายคือเราจะทำยังไงให้คนรู้สึกว่านี่มันเป็นงานที่ดีและอยากบอกต่อ แม้แต่เรื่องของ THiNKNET Map ที่จะขาย Solution เราก็เน้นเอาประโยชน์ไปให้นะไม่ใช่สักแต่ว่าจะขาย แต่เราไปโชว์ว่าเราทำอะไรได้ บางอย่างเรารับทำให้ฟรีด้วยซ้ำ

 

แพรวเล่าให้เราฟังว่า เมื่อได้มาทำงานที่ THiNKNET เธอก็ได้พบกับความท้าทายอย่างที่เธอมองหา เพราะว่าเธอคือ PR คนแรกที่เข้ามาบุกเบิกเรื่องการทำ PR ให้กับบริษัท
 

เราทำงานมาสี่ปีแล้ว ในแต่ละปีเราก็จะได้เจอความท้าทายที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างปีแรกเราต้องมาเริ่มทำในส่วนของ Event ซึ่งต้องเรียนรู้และปรับตัวใหม่ทั้งหมด เพราะเราไม่เคยทำ
 

เข้ามาทำงานได้อาทิตย์เดียวก็ไปทัวร์อีสานเลย เอาเป็นว่า 4 เดือนแรกไม่ได้ทำ PR เลยด้วยซ้ำ และเนื่องจากที่นี่ไม่เคยมี PR มาก่อน แพรวก็ถือว่าเป็น PR คนแรกที่เข้ามาทำให้กับ THiNKNET แบบเต็มตัว เราก็ต้องพยายามอธิบาย บางทีพี่เค้าก็ยังไม่เข้าใจว่า PR ต้องทำยังไง ทำไมต้องมีแถลงข่าว ทำไมต้องเจอสื่อ ถ้าสินค้าเราดีสื่อก็จะเข้ามาหาเองไหม คือมันเหมือนเราต้องใช้เวลาในการทำให้เค้ารู้ว่ามันจำเป็น
 

ปีที่สองเราก็เริ่มปรับวิธีการทำงานใหม่ โดยที่เราจะเน้นไปที่การลงข้อมูลให้ลึกขึ้น เราต้องมาดูเรื่อง Data คือเราเป็นคนไม่ชอบตัวเลขเลยแต่ต้องเจอ แล้วก็ต้องพยายามเอามุมของ PR เข้ามาใส่เรื่องไหนที่ควรสื่อสาร เราก็ต้องไปคุยกับ Data Analyst ว่าเราอยากให้เก็บข้อมูลแบบไหนบ้าง ซึ่งเราก็ต้องมาดูด้วยว่าช่วงนี้สังคมอยากรู้อะไรเป็นพิเศษ เราควรจะพูดถึงงานในมุมไหน เราคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นสิ่งใหม่ที่สุดเท่าที่เคยทำมา มันเหมือนทำให้เราเปิดโลกกว้างขึ้น
 

ปีที่ 3 เนี่ยถือว่าท้าทายแบบก้าวกระโดด หนึ่งคือเราไม่ได้ดูแค่ JobThai แล้วแต่เราต้องดูโลกของ THiNKNET ทั้งหมดเลย ซึ่งต้องยอมรับว่าหลาย ๆ ธุรกิจของเรา แพรวแทบไม่รู้จักเลย อย่างพวกงาน Map ตอนเข้าประชุม THiNKNET Map ครั้งแรกนี่คือแบบ เห้ยพูดเรื่องอะไรกัน คือเราไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักคำ ทุกอย่างใหม่หมด แล้วในปีที่ผ่านมาเรามีการขยายทีม PR ต้องบริหารทีม ต้องดูภาพใหญ่มากขึ้น

ตอนนี้ก็เข้าสู่ปีที่ 4 ของการทำงานที่ THiNKNET ก็คิดว่าจะต้องมีความท้าทายใหม่ ๆ เข้ามาให้เราได้ทำเหมือนทุก ๆ ปีที่ผ่านมาแน่นอน

 



เมื่อถามถึงคุณสมบัติสำคัญของคนเป็น PR แพรวก็ให้คำตอบที่สรุปออกมาง่าย ๆ ได้ 3 คำสั้น ๆ คือ “แกร่ง กล้า และกึ๋น” นอกจากนี้เธอยังขอพูดถึงคุณสมบัติเรื่อง “ความสวย” ที่คนทั่วไปมักคิดว่าคนเป็น PR จำเป็นต้องมีด้วย
 

คนอาจจะมองว่า PR แค่แต่งหน้าแต่งตาให้สวย เดินตามผู้บริหารตามโรงแรมแล้วรอให้สื่อมาสัมภาษณ์ อยากจะบอกว่าจริงอยู่ที่หน้าฉากเราดูสวย ๆ นะแต่เบื้องหลังก็ต้องมีงานลุย ๆ ถึก ๆ เหมือนกัน ต้องประสานงานกับสื่อกับทางสถานที่จัด ในบางจังหวะที่เร่งรีบแบกของยกของเราก็ต้องทำอันนี้คือ “แกร่ง”
 

“กล้า” คือเราต้องกล้าที่จะพูดคุยกับผู้บริหารโดยเฉพาะในประเด็นที่สำคัญ คือเวลาผู้บริหารคุยกับสื่อบางคำถ้าเรารู้สึกว่ามันอาจจะทำให้คนตีความผิดแล้วส่งผลถึงองค์กร เราก็ต้องกล้าที่จะบอกผู้บริหารว่าขอให้สื่อสารประมาณนี้แทนได้ไหม แต่เราต้องมีเหตุผลที่ดีพอนะ ซึ่งที่นี่ดีมากผู้บริหารเราเข้าใจตลอด
 

“กึ๋น” เราต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเก่ง บางครั้งเราเจอกับสื่อเยอะมากเราต้องมีสติที่จะคอย Support ผู้บริหาร บางครั้งที่ทางเราตอบแล้วอาจจะไปกระทบกับอะไรบางอย่างเราก็จะเข้าไปขอสื่อเลยว่าประเด็นนี้ขอไม่ออกนะคะ คือเราประเมินแล้วว่าเรื่องนี้ไม่ควรเสี่ยง
 

หรือบางทีเวลาเราจัด Press Conference เราต้องประเมินหน้างานให้ครบเลยว่าวันนี้สื่อไหนมามากที่สุด สมมติเป็นสายเศรษฐกิจมาเยอะ เราก็ต้องแจ้งผู้บริหารแล้วว่า วันนี้สถานการณ์เป็นแบบนี้เราอาจจะต้องเน้นข่าวเรื่องนี้มากขึ้นนะพี่ แล้วก็ต้องรีบไปหาข้อมูลเพิ่มจากที่เตรียมไว้

 

แพรวยังทิ้งท้ายกับเราก่อนที่จะเดินกลับไปทำงานว่า ในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา THiNKNET เป็นที่ทำงานที่ทำให้เธอเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วมาก
 

เราโตขึ้นมาก การทำงานที่นี่ไม่ได้มีใครมาเสิร์ฟมาป้อนอะไรให้เรา เขาให้เราลงมือทำ ให้เราเรียนรู้หาวิธีการทำงานของเราเอง เรียกว่าพี่ ๆ เขาค่อนข้างให้อิสระกับการทำงานของเราพอสมควร เหมือนเป็นการเปิดโอกาสให้เราได้แกร่งขึ้นด้วยตัวเอง รู้สึกประทับใจกับความไว้วางใจที่พี่เขาให้กับเรา ซึ่งแพรวว่าวิธีการแบบนี้แหละที่ทำให้เราโตขึ้นมากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

 

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับเรื่องราวชีวิตการทำงานของ PR สาวของเรา นี่เป็นเพียงแค่เรื่องราวบางส่วนจากการใช้ชีวิตใน THiNKNET เท่านั้น บริษัทของเรายังมีเรื่องราวที่น่าสนใจอีกมากมายที่อยากจะนำมาเล่าให้ทุกคนได้ฟัง แต่ในครั้งหน้าจะนำเรื่องอะไรมาฝากต้องรอติดตาม

 

ส่วนใครที่อ่านแล้วอยากมาร่วมงานกัน ดูตำแหน่งงานว่าง และสมัครงานกับเราได้ ที่นีี่

รู้จัก THiNKNET เพิ่มเติม หรือสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ของเราได้ที่ www.thinknet.co.th

 

tags : #thinknet #recruit



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email