หนึ่งบทเรียนจากการเดินทาง ซากะ

หนึ่งบทเรียนจากการเดินทาง ซากะ
14/02/19   |   385   |  

ในทุกการเดินทางมักให้อะไรมากกว่าที่เราคิดเสมอ ทั้งประสบการณ์ การได้พบเจอสิ่งใหม่ ๆ หรือแม้กระทั้งข้อผิดพลาดต่าง ๆ ที่สอนเราไว้เป็นบทเรียน ดังเช่นการเดินทางของพวกเราครั้งนี้..ซากะ

เกริ่นให้ฟังก่อนว่า ตอนวางแผนก่อนไปสำรวจเนี่ย เราก็รู้กันละว่า ไปสำรวจครั้งนี้เราจะเดินทางโดยเช่ารถขับเป็นหลักนะ เพราะบางสถานที่รถโดยสารมันไปไม่ถึง พวกเราก็เตรียมพร้อมศึกษากฎจราจรญี่ปุ่นที่ค่อนข้างเข้มงวดเป็นอย่างดี พอไปถึงเราก็เช่ารถขับสำรวจเป็นปกติ รถน้อย ถนนโล่ง ราบลื่น ขับง่ายอีกต่างหาก แค่ขับตามกฎก็ไม่มีอะไรและ แต่เรื่องมันเป็นอย่างงี้ครับ



ตอนนั้นเป็นช่วงบ่ายแก่ ๆ พระอาทิตย์เริ่มแลนดิ้ง แต่เรายังมีที่ที่เราต้องไปเก็บอีกคือ ศาลเจ้า Hoto ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะเหนือเมืองคาราสึ ไม่มีสะพานข้ามไป และแน่นอนว่ารถที่เราเช่ามาก็ไม่สามารถขับลุยน้ำทะเลไปได้ เราจำเป็นต้องนั่งเรือข้ามฟากกันไป แต่ไอ้ตอนตามหาที่ขึ้นเรือนี่สิ กว่าจะหาเจอ ก็ใกล้เวลาเรือขากลับหมดเต็มที แต่สุดท้ายก็มาถึงแบบเฉียดฉิว เลยให้น้องลงไปต่อคิวซื้อตั๋วให้ก่อน ส่วนเราก็รีบไปหาที่จอดรถ แต่บริเวณท่าเรือที่จอดเต็ม จึงขับเลยไปประมาณอีก 50 เมตร เห็นมีที่จอดว่างอยู่ ไอ้เราก็ไม่รีรอ ดับเครื่อง รีบคว้ากล้อง สะพายเป้ วิ่งทุลักทุเลตรงไปขึ้นเรือ สุดท้ายก็ทันเวลาพอดี เก็บข้อมูล ถ่ายภาพเสร็จ ก็ขึ้นเรือกลับขึ้นฝั่งมา


ขณะกำลังเดินกลับไปที่รถ ก็เริ่มเห็นอะไรแปลก ๆ ที่จอดตั้งเยอะมาจอดขวางหน้ารถเราทำไมวะ ? ไม่เป็นไร มา..มาช่วยกันเข็น
ฮึ้บ!...... ฮึ้บ!........ ใส่เบรกมือครับพี่น้อง! เป็นเรื่องละทีนี้ หันซ้าย มองขวา ไร้วี่แววเจ้าของรถ มองไกลไปอีกหน่อย เห็นเจ้าหน้าที่แต่งตัวคล้ายตำรวจจราจรใส่เสื้อกั๊กสีเขียวสะท้อนแสงกำลังยืนโบกรถอยู่ เราเลยเข้าไปขอความช่วยเหลือ ว่ามีรถมาจอดขวางใส่เบรกมือไว้ด้วย พี่เจ้าหน้าที่ก็ใจดีมาก ๆ พยายามช่วยเราตามหาเจ้าของรถ วิ่งไปวิ่งมาราวกัับเป็นรถของพี่เจ้าหน้าที่เสียเอง
 

ตามหากันสักพักใหญ่ ๆ พี่เจ้าหน้าที่ก็พาชายหนุ่มอายุราวสี่สิบปี ราศีดูเป็นเจ้าคนนายคน เดินออกมาจากอาคารใกล้เคียงพร้อมกับชายฉกรรจ์ประมาณ 4-5 นาย (คาดว่าเป็นลูกน้อง) ชายหนุ่มเร่งฝีเท้ามาที่พวกเราพร้อมสีหน้าโกรธเคืองประหนึ่งกวนอูลงประทับ พอเดินมาถึงก็ต่อว่าเราชุดใหญ่ ด้วยภาษาญี่ปุ่นปนอังกฤษ (เพราะคงเห็นว่าเราเป็นชาวต่างชาติ) ถึงจะฟังไม่ค่อยออกแต่ก็พอเดาได้ว่าพูดประมาณว่า "คุณทำไม่ถูก คุณทำแบบนี้ได้ยังไง มาจอดที่ของคนอื่นเค้าเนี่ยฮะ!!!!" พวกเราก็ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ขอโทษเป็นภาษาอังกฤษรัว ๆ คาดว่าหากพูดภาษาญี่ปุ่นไปคงต้องคุยกันอีกยาวแน่ ๆ พอพวกเราขอโทษพร้อมโค้งคำนับรวมกันได้ประมาณยี่สิบครั้ง เค้าก็เหมือนเริ่มใจเย็นลง ไม่ได้ต่อว่าอะไรอีก ยืนนิ่งเงียบ.. มีเพียงสายตาจ้องเขม็งมาที่เรา เหตุการณ์ตอนนั้นมาคุสุด ๆ ราวกับสงบนิ่งให้กับความผิดของเรา สุดท้ายเค้าคงเห็นเราสำนึกผิด เลยหยิบกุญแจรถออกมาจากกระเป๋ากางเกง ยื่นให้ลูกน้องที่ยืนเป็นแบ็คอยู่ด้านหลังขยับรถให้เรา เมื่อเห็นอย่างนั้นพวกเราก็ไม่รอช้าที่จะขอบคุณอย่างสุดซึ้ง ด้วยการโค้งคำนับแบบหน้าผากชิดหัวเข่า และค่อย ๆ ขับรถออกมา โดยมีพี่เสื้อกั๊กสีเขียวคอยโบกรถอำนวยความสะดวกให้

พอผ่านเหตุการณ์ครั้งนั้นมาได้ ก็ทำให้ผมไม่จอดรถมั่วซั่วอีก ไม่แน่ใจก็ถามก่อนตลอด ถ้าไม่มีใครให้ถามก็ตรงดิ่งไปที่จอดรถเสียตังค์เลย จอดได้ชัวร์!

และเรื่องนี้ก็เป็นอีกบทเรียนหนึ่งที่พวกเราได้จากการเดินทาง

tags : #เที่ยวล่าสุด #การเดินทาง #ประสบการณ์การเดินทาง #ญี่ปุ่น #เที่ยวญี่ปุ่น #เที่ยวต่างประเทศ



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email