เมื่อ New Normal มาแทนที่ มีอะไรใน THiNKNET ที่เปลี่ยนไปบ้าง

เมื่อ New Normal มาแทนที่ มีอะไรใน THiNKNET ที่เปลี่ยนไปบ้าง
24/06/20   |   232   |  

แม้ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 จะคลี่คลายลงบ้างแล้ว แต่จากตัวอย่างของหลาย ๆ ประเทศที่เบาลงไปและยังสามารถกลับมาระบาดซ้ำได้อีก ทำให้หลาย ๆ องค์กรยังคงเฝ้าระวังการแพร่ระบาดอยู่ ซึ่งก็มีวิธีปรับตัวและเปลี่ยนวิธีการทำงานที่แตกต่างกันไป ที่ THiNKNET เองก็เช่นเดียวกัน เราปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน ไปจนถึงสถานที่ทำงานใหม่เพื่อให้ชาว THiNKNET ทำงานได้อย่างปลอดภัยที่สุด


Headquarter ของ THiNKNET อยู่ที่สีลมการเดินทางทำได้ทั้ง BTS และ MRT ทำให้พนักงานมีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อจากการเดินทางกันมาก เราจึงเริ่มทยอยกันทำงานแบบ Work from Home กันตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม และหลังจากการทดลองให้ทำงานแบบ Work from Home แบบ 100% แล้วพบว่าส่งผลดีต่อทั้งองค์กรและประสิทธิภาพของการทำงาน ก็ได้ปรับรูปแบบการทำงาน พัฒนานวัตกรรมเพื่อช่วยเหลือการทำงานของพวกเราให้ง่ายมากขึ้น และถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสถานที่ทำงานครั้งใหญ่ขององค์กรเช่นเดียวกัน


ซึ่งวันนี้เราเลยอยากพาทุกคนมาทำความรู้จัก New Normal (ความปกติใหม่) ของคนทำงานใน THiNKNET กัน


การจัดออฟฟิศเพื่อเพิ่มระยะห่างและความปลอดภัย


แม้จะทำงานแบบ Work from Home กันเป็นส่วนใหญ่ แต่งานบางอย่าง หรือการประชุมครั้งสำคัญ ก็เลี่ยงที่จะมาที่ออฟฟิศกันไม่ได้ การปรับปรุงออฟฟิศเพื่อรองรับคนที่จำเป็นต้องเข้ามาทำงานจึงสำคัญ ในขณะที่ไวรัส COVID-19 สามารถแพร่กระจายได้เพียงการอยู่ใกล้กัน Social Distancing จึงเป็นเรื่องจำเป็น และ THiNKNET ก็ไม่ได้มองข้ามเรื่องนี้ไป เราจัดโต๊ะทำงานแบบ Open-plan office ให้ที่นั่งห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร แทนโต๊ะประจำเพื่อลดอุปกรณ์การทำงาน หรือของส่วนตัวของพนักงานที่ไม่จำเป็นซึ่งอาจจะกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคได้ และยังทำให้พนักงานมีความ Flexible ในการเลือกมุมทำงานได้เอง 


ส่วนใครที่อาจต้องเข้ามาบ่อยและไม่อยากนำของบางอย่างกลับบ้าน THiNKNET ก็จะมีตู้ล็อคเกอร์เพื่อให้พนักงานสามารถเก็บของส่วนตัวได้อีกด้วย นอกจากนี้เรื่องของความสะอาดก็ได้มีการวางเจลแอลกอฮอล์บริเวณทางเข้า และแม่บ้านที่คอยดูแล ทำความสะอาดของออฟฟิศบ่อย ๆ ตั้งแต่ช่วงเช้าไปจนถึงเย็น


การ Work From Home (ทำงานที่บ้าน) ของชาว THiNKNET


THiNKNET มีสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพฯ และมีอีกสาขาที่เชียงใหม่ ทำให้พนักงานทุกคนคุ้นเคยกับการทำงานผ่านระบบ Cloud และระบบ Remote Working อยู่แล้ว แม้แต่ตำแหน่งงานที่ดูเหมือนต้องเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศอย่างแผนก Customer Service ของ JobThai ก็สามารถรับสายให้บริการทุกคนจากที่บ้านได้คุณภาพเหมือนกับตอนที่ทำในออฟฟิศ เมื่อต้องลดความแออัดภายในออฟฟิศแล้วไปทำงานที่บ้าน เราก็คิดค้นนวัตกรรมที่จะมาสนับสนุนการทำงานแบบแบบ Work from Home ก็คือ Application เพื่อให้พนักงานเช็กอิน-เช็กเอาท์ Monitor เวลาเข้าออกงานของตัวเองในขณะที่ทำงานอยู่ที่บ้านได้


สำหรับชาว THiNKNET ที่ต้องกลับไปทำงานที่บ้านแบบปุบปับ บางส่วนอาจจะขาดโต๊ะทำงานหรือเก้าอี้ทำงาน บางคนก็คิดถึงจอมอนิเตอร์ใหญ่ ๆ ที่ออฟฟิศ ก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะสามารถทำเรื่องเข้ามายืมอุปกรณ์เหล่านี้ได้ หรือหากไม่สะดวกขนย้าย เราก็มีพี่ ๆ ที่จะเอาอุปกรณ์เหล่านี้ไปส่งให้ถึงบ้านเลย


การทำงานนอกสถานที่หรือมีเหตุจำเป็นที่ต้องเดินทางไปออฟฟิศ



จากเดิมที่เคยมีกำหนดเวลาเข้าออก พอไปทำงานที่บ้านเราก็ปรับเวลาการทำงานให้เป็นการสะสมชั่วโมงการทำงานให้ครบในแต่ละวัน หากวันไหนมีเหตุจำเป็นให้พนักงานเข้าไปทำงานหรือประชุมที่ออฟฟิศ ก็สามารถปรับเปลี่ยนเวลาการทำงานเพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงเวลาเร่งด่วนได้ นอกจากจะลดความกังวลที่จะต้องเก็บเวลาการทำงานแล้วก็เพิ่มความปลอดภัยให้พนักงานด้วย นอกจากนี้เรายังใช้ Application เพื่อเช็กอิน-เช็กเอาท์เวลาเข้าออกงานของตัวเองแทนการสแกนนิ้วหน้าออฟฟิศ เพื่อลดการสัมผัสในบริเวณเดิมซ้ำ ๆ ของพนักงาน


และหากตัวพนักงานมีแผนที่จะเดินทางไปออฟฟิศ ก็ต้องทำการจองเข้าออฟฟิศล่วงหน้าผ่าน Power Apps เพื่อจำกัดพนักงานไม่ให้เข้ามาในออฟฟิศมากเกินไป ป้องกันความแออัดเกินความจำเป็นอีกด้วย


นี่เป็นส่วนหนึ่งของการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของ THiNKNET ในโลกยุคโควิดเท่านั้น ยังมีอีกหลายส่วนที่เรายังต้องเปลี่ยนแปลงวิธีคิด วิธีการทำงาน เพื่อให้สอดรับการกับการทำงานในโลกยุค New Normal ที่ไม่มีตำราเล่มไหนเคยสอน และมองว่าวิกฤตินี้เป็นความท้าทายที่เราจะได้ทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ ที่เราอาจจะไม่มีโอกาสได้ทำในโลกแบบ Old Normal อีกด้วย


หากสนใจร่วมเผชิญความท้าทายกับ THiNKNET
ดูตำแหน่งงานที่สนใจและส่งใบสมัครได้ที่นี่

https://corporate.jobthai.com/thinknet/joblist.php


tags : #thinknet #การทำงาน



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email